วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553
10 สุดยอดสถาปัตยกรรมจีน
10 สุดยอดสถาปัตยกรรมจีน
1. สนามบินนานาชาติปักกิ่ง
1
สนามบินโฉมใหม่ที่มี ขนาดกว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเพนตากอนของสหรัฐอเมริกานี้ เป็นฝีมือของผู้ออกแบบสนามบินเช็กแลพก๊อกของฮ่องกงด้วย นั่นคือ Foster & Partners สถาปนิกนักเดินทาง ที่เข้าถึงจิตใจผู้โดยสาร ด้วยการออกแบบทางเดินแต่ละส่วนให้สั้นที่สุด ฟอสเตอร์ ได้แบ่งอาคารที่กว้างขว้างใหญ่โตของสนามบินนานาชาติปักกิ่งออกเป็น 2 ข้าง ทอดตัวจากทิศใต้ไปสู่ทิศตะวันออก เพื่อช่วยลดไอร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ติดสกายไลท์ให้แสงแดดละมุนละไมได้ฉายส่องเข้ามา พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนภายในตัวอาคาร กำหนดสร้างเสร็จปี 2007
นอกจากนี้ จีนยังมีแผนที่จะสร้างสนามบินใหม่ถึง 108 แห่งระหว่างปี 2004-2009 ซึ่งรวมทั้งสนามบินนานาชาติปักกิ่งแห่งนี้ ที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2007 เพื่อต้อนรับโอลิมปิก 2008 โดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 43 ล้านคนในปีแรก และเพิ่มเป็น 55 ล้านคนในปี 2015
2. เดอะคอมมูน – กรุงปักกิ่ง
2 เดอะคอมมูน (The Commune) เกิดขึ้นตามความตั้งใจของคู่รักนักพัฒนาเรียลเอสเตท จางซิน และพานซื่ออี๋ ที่ลงทุนควักกระเป๋าให้นักสถาปัตย์ชั้นนำชาวเอเชีย 12 คน คนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเนรมิตเฮาส์คอมเพล็กซ์หรูที่มีกลิ่นอายกำแพงเมืองจีนขึ้น
ปัจจุบัน เดอะคอมมูน เปิดให้บริการแล้วในส่วนที่เป็นโฮเทลบูติค ภายใต้การบริหารของเครือโรงแรมเคมปินสกี้ จากเยอรมนี ซึ่งยังมีโครงการส่วนต่อขยายเพิ่มเติมอีก เฟสแรกสร้างเสร็จเมื่อ 2002 และทั้งโครงการจะเสร็จสิ้นในปี 2010
3. ศูนย์กลางการเงินของโลกที่เซี่ยงไฮ้
3 ศูนย์กลางการเงินแห่ง ใหม่ของโลก กำลังจะอุบัติขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ที่เขตการเงินหลู่เจียจุ้ย ในเขตผู่ตง ในรูปโฉมของตึกกระจกสูงเสียดฟ้า 101 ชั้น
Kohn Pedersen Fox Architects ผู้ออกแบบเล่าว่า การสร้างให้ตึกต้านทานแรงลมได้ ถือเป็นความท้าทายของงานนี้ ในที่สุด จึงได้ออกแบบให้ยอดตึกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมเจาะช่องตรงชั้นที่ 100 ซึ่งนอกจากจะปรับเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลกแล้ว ยังสามารถบรรเทาแรงลม ลดการแกว่งตัวไปมาของตัวตึกได้ด้วย กำหนดสร้างเสร็จปี 2008
4. สระว่ายน้ำแห่งชาตินครปักกิ่ง
4 สระว่ายน้ำแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 โดยมีรูปลักษณ์เหนือจินตนาการคล้าย “ก้อนน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่” ซึ่ง PTW and Ove Arup ออกแบบโดยใช้วัสดุเทฟลอนทำเป็นโครงร่าง เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะนำมาใช้เดินเครื่องกรองน้ำเสียของสระน้ำที่ใช้เติมในสระจะถูกกักเก็บ ไว้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ฝั่งไว้ใต้ดิน นอกจากนั้น เพื่อให้ดูเหมือนน้ำที่สุด สถาปนิกยังใช้เทคโนโลยีจากงานวิจัยของนักฟิสิกส์จาก Dublin’s Trinity College ที่สามารถทำให้กำแพงอาคารดูเหมือนฟองน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำสระว่ายน้ำแห่งแดนมังกรนี้ดูดีเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากแผ่นดินไหวได้ด้วย กำหนดเสร็จปี 2008
5. สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งชาติ (CCTV) – นครปักกิ่ง
5 อาคารสำนักงานใหญ่ของ สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี มีรูปลักษณ์ที่แหวกแนวไปจากตึกระฟ้าทั่วไป โดยเกิดจากสองอาคารที่ตั้งมุมฉากต่อเข้าหากัน มองดูเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยกระจายแรงลมที่ปะทะกับตึกได้เป็นอย่างดี ตึกใหม่นี้ออกแบบโดย Rem Koolhass และ Ole Scheeren ส่วนวิศวกรผู้คุมงานก่อสร้างคือ Ove Arup กำหนดสร้างเสร็จปี 2008
6. Linked Hybid – นครปักกิ่ง
6 สถาปัตยกรรมแห่งที่อยู่ อาศัยสมัยใหม่ Linked Hybid เป็นที่ตั้งของบ้าน 2,500 หลัง อพาร์ทเม้นท์ 700 ห้อง บนเนื้อที่ขนาด 1.6 ล้านตารางฟุต ถือเป็นตึกใหญ่สุดในโลกที่มีใช้ระบบชีวภาพในการทำความเย็นและให้ความอุ่น เพื่อรักษาอากาศทั้ง 8 ตึกให้คงที่ ในชั้นที่ 20 สร้างเป็นวงแหวน ‘บริการ’ ที่เชื่อมต่อกันทุกตึก ครบครันด้วยบริการต่างๆ ทั้งซักผ้ายันร้านกาแฟ
Steven Holl และ Li Hu ยังออกแบบให้ ฝั่งท่อน้ำสองสายลึกลงไปใต้ดิน 100 เมตร สำหรับให้น้ำไหลเวียน ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องกระจายความร้อน และเครื่องทำความเย็นขนาดใหญ่ ที่ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าทำน้ำเดือดหรือแอร์ทำความเย็น ขณะเดียวกัน ยังมีระบบบำบัดน้ำเสีย ที่จะรวบรวมน้ำจากห้องครัวและอ่างน้ำทั่วอาคาร มาหมุนเวียนใช้ใหม่ในห้องส้วมกำหนดสร้างเสร็จปี 2008
7. เมืองเศรษฐกิจตงถัน – เจียงซู
7 เมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ ของแดนมังกรอยู่ระหว่างวางแผน คาดว่าเฟสแรกจะเสร็จปี 2010 ออกแบบและพัฒนาโดย ซ่างไห่ อินตัสเทรียล คอร์ป ที่คาดว่าจะมีขนาดเทียบเท่ากับเกาแมนฮัตตัน ตั้งอยู่บนเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน กลางลำน้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) ใกล้กับมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2040
อย่างไรก็ตาม เฟสแรกของโครงการนี้ จะเรียบร้อยก่อนที่งานเอ็กซ์โปเซี่ยงไฮ้จะเปิดฉากขึ้นในปี 2010 ซึ่งจะมีประชากรราว 50,000 คน เข้าอยู่อาศัยที่นี้ จากนั้นอีก 5 ปี ระบบพิเศษต่างๆ จะเริ่มใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ ระบบจัดการน้ำเสีย และการหมุนเวียนพลังงานมาใช้ใหม่ พร้อมด้วยถนนสายใหญ่ที่จะเชื่อตรงสู่นครเซี่ยงไฮ้อย่างสะดวกสบาย
8. สนามกีฬาโอลิมปิก - นครปักกิ่ง
8 สนามกีฬาหลายแห่งในโลก ออกแบบโดยเดินตามรอยสนามกีฬาชื่อดังของโลก โคลิเซี่ยมแห่งโรม แต่สนามกีฬานานาชาติของ Herzog & de Meuron ในปักกิ่งนี้พยายามที่จะคิดออกแบบใหม่ให้เอื้ออำนวยต่อสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน มากขึ้น
สถาปนิกจากสวิสเซอร์แลนด์ Herzog & de Meuron ต้องการที่จะช่องระบายอากาศตามธรรมชาติ ในสนามกีฬาโครงสร้าง 91,000 ที่นั่ง อาจถือได้ว่า เป็นสนามกีฬาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้
สนามกีฬาดังกล่าวซึ่งมีกำหนดเสร็จปี 2008 จะเป็นที่ซึ่งใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2008 มีลักษณะภายนอกคล้ายกับ "รังนก" ที่มีโครงตาข่ายเหล็กสีเทาๆเหมือนกิ่งไม้ ห่อหุ้มเพดานและผนังอาคารที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใส อัฒจันทร์มีลักษณะรูปทรงชามสีแดง ซึ่งดูคล้ายกับพระราชวังต้องห้ามของจีน ภาพโครงสร้างของสนามกีฬาแห่งนี้ จึงดูคล้ายพระราชวังสีแดง ที่อยู่ภายในรั้วกำแพงสีเทาเขียว ซึ่งให้กลิ่นอายงดงามแบบตะวันออก สำหรับบันไดภายในสนามกีฬาถูกสร้างให้กลมกลืนกับโครงตาข่าย ซึ่งให้ภาพลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเอกภาพ
9. สะพานตงไห่ – เชื่อมเซี่ยงไฮ้ กับ เกาะหยังซัน
9 สะพานข้ามทะเลแห่งแรก ของจีน ซึ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปี 2005 สะพานดังกล่าวเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี เกียง ใช้เงินลงทุนราว 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนโครงสร้างหลักมีความยาว 32.5 กิโลเมตร กว้าง 31.5 เมตร มีทางรถวิ่ง 6 เลน และเพื่อความปลอดภัยในการรับมือกับพายุไต้ฝุ่นและคลื่นลมแรง สะพานตงไห่ถูกออกแบบให้เป็นรูปตัวเอส (S) เชื่อมจากอ่าวหลู่หูในเขตหนันฮุ่ยเมืองเซี่ยงไฮ้ ข้ามอ่าวหังโจว ไปยังเกาะเสี่ยวหยังซันในมณฑลเจ้อเจียง ที่ได้วางแผนไว้ให้เป็นท่าเรือการค้าเสรีแห่งแรกของจีน (และจะเป็นท่าคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก) ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2010
10. โรงละครแห่งชาตินครปักกิ่ง
10 ตั้งอยู่กลางนครปักกิ่ง ใกล้กับจัตุรัสเทียนอันเหมิน มีเนื้อที่ 490,485 ตารางฟุต มีกำหนดเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2008 โครงสร้างภายนอกประกอบขึ้นจากกระจกผสมไทเทเนี่ยม ดูคล้ายกับทะเลสาบ
1. สนามบินนานาชาติปักกิ่ง
1
สนามบินโฉมใหม่ที่มี ขนาดกว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเพนตากอนของสหรัฐอเมริกานี้ เป็นฝีมือของผู้ออกแบบสนามบินเช็กแลพก๊อกของฮ่องกงด้วย นั่นคือ Foster & Partners สถาปนิกนักเดินทาง ที่เข้าถึงจิตใจผู้โดยสาร ด้วยการออกแบบทางเดินแต่ละส่วนให้สั้นที่สุด ฟอสเตอร์ ได้แบ่งอาคารที่กว้างขว้างใหญ่โตของสนามบินนานาชาติปักกิ่งออกเป็น 2 ข้าง ทอดตัวจากทิศใต้ไปสู่ทิศตะวันออก เพื่อช่วยลดไอร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ติดสกายไลท์ให้แสงแดดละมุนละไมได้ฉายส่องเข้ามา พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนภายในตัวอาคาร กำหนดสร้างเสร็จปี 2007
นอกจากนี้ จีนยังมีแผนที่จะสร้างสนามบินใหม่ถึง 108 แห่งระหว่างปี 2004-2009 ซึ่งรวมทั้งสนามบินนานาชาติปักกิ่งแห่งนี้ ที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2007 เพื่อต้อนรับโอลิมปิก 2008 โดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 43 ล้านคนในปีแรก และเพิ่มเป็น 55 ล้านคนในปี 2015
2. เดอะคอมมูน – กรุงปักกิ่ง
2 เดอะคอมมูน (The Commune) เกิดขึ้นตามความตั้งใจของคู่รักนักพัฒนาเรียลเอสเตท จางซิน และพานซื่ออี๋ ที่ลงทุนควักกระเป๋าให้นักสถาปัตย์ชั้นนำชาวเอเชีย 12 คน คนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเนรมิตเฮาส์คอมเพล็กซ์หรูที่มีกลิ่นอายกำแพงเมืองจีนขึ้น
ปัจจุบัน เดอะคอมมูน เปิดให้บริการแล้วในส่วนที่เป็นโฮเทลบูติค ภายใต้การบริหารของเครือโรงแรมเคมปินสกี้ จากเยอรมนี ซึ่งยังมีโครงการส่วนต่อขยายเพิ่มเติมอีก เฟสแรกสร้างเสร็จเมื่อ 2002 และทั้งโครงการจะเสร็จสิ้นในปี 2010
3. ศูนย์กลางการเงินของโลกที่เซี่ยงไฮ้
3 ศูนย์กลางการเงินแห่ง ใหม่ของโลก กำลังจะอุบัติขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ที่เขตการเงินหลู่เจียจุ้ย ในเขตผู่ตง ในรูปโฉมของตึกกระจกสูงเสียดฟ้า 101 ชั้น
Kohn Pedersen Fox Architects ผู้ออกแบบเล่าว่า การสร้างให้ตึกต้านทานแรงลมได้ ถือเป็นความท้าทายของงานนี้ ในที่สุด จึงได้ออกแบบให้ยอดตึกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมเจาะช่องตรงชั้นที่ 100 ซึ่งนอกจากจะปรับเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลกแล้ว ยังสามารถบรรเทาแรงลม ลดการแกว่งตัวไปมาของตัวตึกได้ด้วย กำหนดสร้างเสร็จปี 2008
4. สระว่ายน้ำแห่งชาตินครปักกิ่ง
4 สระว่ายน้ำแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 โดยมีรูปลักษณ์เหนือจินตนาการคล้าย “ก้อนน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่” ซึ่ง PTW and Ove Arup ออกแบบโดยใช้วัสดุเทฟลอนทำเป็นโครงร่าง เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะนำมาใช้เดินเครื่องกรองน้ำเสียของสระน้ำที่ใช้เติมในสระจะถูกกักเก็บ ไว้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ฝั่งไว้ใต้ดิน นอกจากนั้น เพื่อให้ดูเหมือนน้ำที่สุด สถาปนิกยังใช้เทคโนโลยีจากงานวิจัยของนักฟิสิกส์จาก Dublin’s Trinity College ที่สามารถทำให้กำแพงอาคารดูเหมือนฟองน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำสระว่ายน้ำแห่งแดนมังกรนี้ดูดีเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากแผ่นดินไหวได้ด้วย กำหนดเสร็จปี 2008
5. สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งชาติ (CCTV) – นครปักกิ่ง
5 อาคารสำนักงานใหญ่ของ สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี มีรูปลักษณ์ที่แหวกแนวไปจากตึกระฟ้าทั่วไป โดยเกิดจากสองอาคารที่ตั้งมุมฉากต่อเข้าหากัน มองดูเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยกระจายแรงลมที่ปะทะกับตึกได้เป็นอย่างดี ตึกใหม่นี้ออกแบบโดย Rem Koolhass และ Ole Scheeren ส่วนวิศวกรผู้คุมงานก่อสร้างคือ Ove Arup กำหนดสร้างเสร็จปี 2008
6. Linked Hybid – นครปักกิ่ง
6 สถาปัตยกรรมแห่งที่อยู่ อาศัยสมัยใหม่ Linked Hybid เป็นที่ตั้งของบ้าน 2,500 หลัง อพาร์ทเม้นท์ 700 ห้อง บนเนื้อที่ขนาด 1.6 ล้านตารางฟุต ถือเป็นตึกใหญ่สุดในโลกที่มีใช้ระบบชีวภาพในการทำความเย็นและให้ความอุ่น เพื่อรักษาอากาศทั้ง 8 ตึกให้คงที่ ในชั้นที่ 20 สร้างเป็นวงแหวน ‘บริการ’ ที่เชื่อมต่อกันทุกตึก ครบครันด้วยบริการต่างๆ ทั้งซักผ้ายันร้านกาแฟ
Steven Holl และ Li Hu ยังออกแบบให้ ฝั่งท่อน้ำสองสายลึกลงไปใต้ดิน 100 เมตร สำหรับให้น้ำไหลเวียน ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องกระจายความร้อน และเครื่องทำความเย็นขนาดใหญ่ ที่ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าทำน้ำเดือดหรือแอร์ทำความเย็น ขณะเดียวกัน ยังมีระบบบำบัดน้ำเสีย ที่จะรวบรวมน้ำจากห้องครัวและอ่างน้ำทั่วอาคาร มาหมุนเวียนใช้ใหม่ในห้องส้วมกำหนดสร้างเสร็จปี 2008
7. เมืองเศรษฐกิจตงถัน – เจียงซู
7 เมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ ของแดนมังกรอยู่ระหว่างวางแผน คาดว่าเฟสแรกจะเสร็จปี 2010 ออกแบบและพัฒนาโดย ซ่างไห่ อินตัสเทรียล คอร์ป ที่คาดว่าจะมีขนาดเทียบเท่ากับเกาแมนฮัตตัน ตั้งอยู่บนเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน กลางลำน้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) ใกล้กับมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2040
อย่างไรก็ตาม เฟสแรกของโครงการนี้ จะเรียบร้อยก่อนที่งานเอ็กซ์โปเซี่ยงไฮ้จะเปิดฉากขึ้นในปี 2010 ซึ่งจะมีประชากรราว 50,000 คน เข้าอยู่อาศัยที่นี้ จากนั้นอีก 5 ปี ระบบพิเศษต่างๆ จะเริ่มใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ ระบบจัดการน้ำเสีย และการหมุนเวียนพลังงานมาใช้ใหม่ พร้อมด้วยถนนสายใหญ่ที่จะเชื่อตรงสู่นครเซี่ยงไฮ้อย่างสะดวกสบาย
8. สนามกีฬาโอลิมปิก - นครปักกิ่ง
8 สนามกีฬาหลายแห่งในโลก ออกแบบโดยเดินตามรอยสนามกีฬาชื่อดังของโลก โคลิเซี่ยมแห่งโรม แต่สนามกีฬานานาชาติของ Herzog & de Meuron ในปักกิ่งนี้พยายามที่จะคิดออกแบบใหม่ให้เอื้ออำนวยต่อสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน มากขึ้น
สถาปนิกจากสวิสเซอร์แลนด์ Herzog & de Meuron ต้องการที่จะช่องระบายอากาศตามธรรมชาติ ในสนามกีฬาโครงสร้าง 91,000 ที่นั่ง อาจถือได้ว่า เป็นสนามกีฬาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้
สนามกีฬาดังกล่าวซึ่งมีกำหนดเสร็จปี 2008 จะเป็นที่ซึ่งใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2008 มีลักษณะภายนอกคล้ายกับ "รังนก" ที่มีโครงตาข่ายเหล็กสีเทาๆเหมือนกิ่งไม้ ห่อหุ้มเพดานและผนังอาคารที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใส อัฒจันทร์มีลักษณะรูปทรงชามสีแดง ซึ่งดูคล้ายกับพระราชวังต้องห้ามของจีน ภาพโครงสร้างของสนามกีฬาแห่งนี้ จึงดูคล้ายพระราชวังสีแดง ที่อยู่ภายในรั้วกำแพงสีเทาเขียว ซึ่งให้กลิ่นอายงดงามแบบตะวันออก สำหรับบันไดภายในสนามกีฬาถูกสร้างให้กลมกลืนกับโครงตาข่าย ซึ่งให้ภาพลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเอกภาพ
9. สะพานตงไห่ – เชื่อมเซี่ยงไฮ้ กับ เกาะหยังซัน
9 สะพานข้ามทะเลแห่งแรก ของจีน ซึ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปี 2005 สะพานดังกล่าวเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี เกียง ใช้เงินลงทุนราว 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนโครงสร้างหลักมีความยาว 32.5 กิโลเมตร กว้าง 31.5 เมตร มีทางรถวิ่ง 6 เลน และเพื่อความปลอดภัยในการรับมือกับพายุไต้ฝุ่นและคลื่นลมแรง สะพานตงไห่ถูกออกแบบให้เป็นรูปตัวเอส (S) เชื่อมจากอ่าวหลู่หูในเขตหนันฮุ่ยเมืองเซี่ยงไฮ้ ข้ามอ่าวหังโจว ไปยังเกาะเสี่ยวหยังซันในมณฑลเจ้อเจียง ที่ได้วางแผนไว้ให้เป็นท่าเรือการค้าเสรีแห่งแรกของจีน (และจะเป็นท่าคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก) ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2010
10. โรงละครแห่งชาตินครปักกิ่ง
10 ตั้งอยู่กลางนครปักกิ่ง ใกล้กับจัตุรัสเทียนอันเหมิน มีเนื้อที่ 490,485 ตารางฟุต มีกำหนดเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2008 โครงสร้างภายนอกประกอบขึ้นจากกระจกผสมไทเทเนี่ยม ดูคล้ายกับทะเลสาบ
วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553
เทคนิค การวิ่งลดน้ำหนัก
เทคนิค การวิ่งลดน้ำหนัก
จาก: สุชา แสงอรุณ
ชาย คนหนึ่งโทรศัพท์ไปยังบริษัทแห่งหนึ่ง พร้อมสั่งซื้อคอร์สลดน้ำหนัก 10 ปอนด์
ภาย ใน 5 วัน
วันรุ่งขึ้น มีเสียงเคาะประตู เมื่อเขาไปเปิดก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบ สาวเอ๊าะๆ วัย 19 ปี
หุ่น แบบนักกีฬา ไม่นุ่งอะไรเลย นอกจากใส่รองเท้าวิ่งของไนกี้ 1 คู่ และมีป้ายแขวนไว้ที่คอ สาวน้อยแนะนำตัวว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทลดน้ำหนักส่วนป้ายนั้นมีข้อความ ว่า "ถ้าพี่จับหนูได้ หนูก็เป็นของพี่นะคะ" เขาออกวิ่งตามสาวน้อย แบบไม่หยุดคิดแม้สักนาทีเดียว แต่หลังจากเขาวิ่งไปได้ไม่กี่กิโลเม ตร ก็ หอบแฮกๆและยอมแพ้
อีก 4 วันต่อมา สาวน้อยคนเดิมก็มาเคาะ ประตูแล้วท้าทายเขาอีก ล่วงเข้าวันที่ 5 เขาขึ้นชั่งน้ำหนักและ ดีใจสุดแสนเมื่อพบว่าน้ำหนักลดไป 10 ปอนด์ ตามที่บริษัทอวดอ้าง สรรพคุณไว้จริงๆเขาจึงยกหูโทรศัพท์สั่งคอร์สลดน้ำหนัก 20 ปอนด์ ภายใน 5 วัน วันรุ่งขึ้นเมื่อมีเสียงเคาะประตู เขาก็ไปเปิดให้ และต้องตะลึงพรึงเพริด เมื่อพบสาวสวยที่สุดเท่าที่เคยพบ หล่อนไม่สวมอะไรเลยนอก จากรองเท้าวิ่งรีบ็อก และมีป้ายห้อยที่คอว่า "ถ้าพี่จับหนูได้ หนูก็เป็นของพี่"
แน่นอนว่าพอเธออกวิ่ง เขาก็กระโจนพรวดตามไปทันทีสาวสวย คนนี้เชพดีอย่าบอกใคร ดังนั้นเขาจึงวิ่งไล่กวดสุดชีวิต แต่ไม่ทันเธอเลยสถาน การณ์เหมือนอย่างนี้อยู่ 4 วัน ขณะที่เขามีรูปร่างดีขึ้นเรื่อยๆ จนนึกกระหยิ่มใจ เมื่อชั่งน้ำหนักในวัน ที่ 5 และพบว่า
น้ำหนัก ตัวหายไป 20 ปอนด์ อย่างที่บริษัทสัญญาไว้จริงๆ คราวนี้เขาตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นกัน แล้วยกหูโทรศัพท์หมุนไป หาบริษัท เพื่อสั่งคอร์สลด น้ำหนัก 50 ปอนด์ ภายใน 7 วัน พนักงานถามย้ำว่า "แน่ใจหรือคะ นี่เป็นคอร์สเข้มข้นของ เราเลยนะคะ"
"แน่นอนผมไม่ได้รู้สึกดีๆอย่างนี้มาหลายปีแล้ว" เขาตอบ
วัน รุ่งขึ้นเมื่อมีเสียงคนมาเคาะประตู และเมื่อเขาเปิดประตูก็พบชายกล้ามโต
ไม่ สวมอาภรณ์สิ่งใด นอกจากรองเท้าวิ่งสีชมพู และมีป้ายห้อยที่คอว่า "ถ้าอะฮั้นจับพี่ได้ พี่เสร็จอะฮั้น !!!"
อาทิตย์ นั้นน้ำหนักของเขาลดไป 63 ปอนด์
จาก: สุชา แสงอรุณ
ชาย คนหนึ่งโทรศัพท์ไปยังบริษัทแห่งหนึ่ง พร้อมสั่งซื้อคอร์สลดน้ำหนัก 10 ปอนด์
ภาย ใน 5 วัน
วันรุ่งขึ้น มีเสียงเคาะประตู เมื่อเขาไปเปิดก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบ สาวเอ๊าะๆ วัย 19 ปี
หุ่น แบบนักกีฬา ไม่นุ่งอะไรเลย นอกจากใส่รองเท้าวิ่งของไนกี้ 1 คู่ และมีป้ายแขวนไว้ที่คอ สาวน้อยแนะนำตัวว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทลดน้ำหนักส่วนป้ายนั้นมีข้อความ ว่า "ถ้าพี่จับหนูได้ หนูก็เป็นของพี่นะคะ" เขาออกวิ่งตามสาวน้อย แบบไม่หยุดคิดแม้สักนาทีเดียว แต่หลังจากเขาวิ่งไปได้ไม่กี่กิโลเม ตร ก็ หอบแฮกๆและยอมแพ้
อีก 4 วันต่อมา สาวน้อยคนเดิมก็มาเคาะ ประตูแล้วท้าทายเขาอีก ล่วงเข้าวันที่ 5 เขาขึ้นชั่งน้ำหนักและ ดีใจสุดแสนเมื่อพบว่าน้ำหนักลดไป 10 ปอนด์ ตามที่บริษัทอวดอ้าง สรรพคุณไว้จริงๆเขาจึงยกหูโทรศัพท์สั่งคอร์สลดน้ำหนัก 20 ปอนด์ ภายใน 5 วัน วันรุ่งขึ้นเมื่อมีเสียงเคาะประตู เขาก็ไปเปิดให้ และต้องตะลึงพรึงเพริด เมื่อพบสาวสวยที่สุดเท่าที่เคยพบ หล่อนไม่สวมอะไรเลยนอก จากรองเท้าวิ่งรีบ็อก และมีป้ายห้อยที่คอว่า "ถ้าพี่จับหนูได้ หนูก็เป็นของพี่"
แน่นอนว่าพอเธออกวิ่ง เขาก็กระโจนพรวดตามไปทันทีสาวสวย คนนี้เชพดีอย่าบอกใคร ดังนั้นเขาจึงวิ่งไล่กวดสุดชีวิต แต่ไม่ทันเธอเลยสถาน การณ์เหมือนอย่างนี้อยู่ 4 วัน ขณะที่เขามีรูปร่างดีขึ้นเรื่อยๆ จนนึกกระหยิ่มใจ เมื่อชั่งน้ำหนักในวัน ที่ 5 และพบว่า
น้ำหนัก ตัวหายไป 20 ปอนด์ อย่างที่บริษัทสัญญาไว้จริงๆ คราวนี้เขาตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นกัน แล้วยกหูโทรศัพท์หมุนไป หาบริษัท เพื่อสั่งคอร์สลด น้ำหนัก 50 ปอนด์ ภายใน 7 วัน พนักงานถามย้ำว่า "แน่ใจหรือคะ นี่เป็นคอร์สเข้มข้นของ เราเลยนะคะ"
"แน่นอนผมไม่ได้รู้สึกดีๆอย่างนี้มาหลายปีแล้ว" เขาตอบ
วัน รุ่งขึ้นเมื่อมีเสียงคนมาเคาะประตู และเมื่อเขาเปิดประตูก็พบชายกล้ามโต
ไม่ สวมอาภรณ์สิ่งใด นอกจากรองเท้าวิ่งสีชมพู และมีป้ายห้อยที่คอว่า "ถ้าอะฮั้นจับพี่ได้ พี่เสร็จอะฮั้น !!!"
อาทิตย์ นั้นน้ำหนักของเขาลดไป 63 ปอนด์
ความคิดสร้างสรรค์...สอนได้
ความคิดสร้างสรรค์...สอนได้
โดย อ. ธงชัย โรจน์กังสดาล
“มีดสั้นของข้าพเจ้า ช่างเหล็กธรรมดาใช้เวลาตีเพียงสามชั่วยาม
แต่ตำราอาวุธกลับจัดไว้อยู่ในอันดับสาม” ลี้คิมฮวงใน “ฤทธิ์มีดสั้น”
ผมได้สอนวิชาการคิดเชิงนวัตกรรมหรือ Innovative Thinking ที่จุฬาฯ มาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว และได้มีการพัฒนาเนื้อหาหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ในบทความนี้ ผมจะเล่าเทคนิค 4 อย่างในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่ผมสอนในห้องเรียน ซึ่งทุกท่านสามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของท่านเองครับ
1. การฟังและการดู
ในภาพยนตร์เรื่อง 2012 มีฉากหนึ่งซึ่งพระธิเบตได้รินน้ำชาจนล้นถ้วยไปหมด ฉากนี้มาจากนิทานเซนเรื่องน้ำชาล้นถ้วย ซึ่งหมายความว่า ถ้าในสมองเราเต็มไปด้วยความคิด ประสบการณ์ต่างๆ มากมาย แต่ไม่ยอมเปิดรับความคิดใหม่ เราก็ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ เปรียบเหมือน ถ้วยซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชาอยู่แล้ว ก็ไม่สามารถรินน้ำชาใหม่เข้าไปในแก้วได้นั่นเอง ดังนั้นวิธีหนึ่งในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ คือ การออกไปเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่นอกเหนือจากศาสตร์ของตนเอง โดยการไปฟังและดูเรื่องราวต่าง ๆ เช่น
ชมนิทรรศการหรือเข้าร่วมฟังบรรยายในงาน สัมมนาต่างๆ ปัจจุบันศูนย์สร้างสรรค์งานออกแแบบหรือ TCDC มีนิทรรศการต่าง ๆที่จัดขึ้นเป็นประจำ และมีห้องสมุดที่มีหนังสือดี ๆ จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการหรืองานบรรยายที่น่าสนใจมากมาย เช่น TEDXBKK , IgniteBKK , Pecha Kucha ซึ่งมีการบรรยายในหัวข้อที่หลากหลาย ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าไปร่วมงานได้ บางงานจะมีการถ่ายทอดสดหรือบันทึกวิดีโอ ทำให้เราสามารถดูย้อนหลังได้จากเว็บไซต์ดังต่อไปนี้ www.tedxbkk.com, www.ignitebangkok.com, www.pecha-kucha.org
ส่วนใหญ่ เรามักชมภาพยนตร์เพื่อความสนุกอย่างเดียว ผมแนะนำว่า ตอนนี้ลองชมภาพยนตร์ในมุมมองใหม่ว่า มีฉากไหนบ้างที่เราได้ข้อคิดที่สามารถนำไปใช้กับชีวิตประจำวัน การทำงานได้บ้างครับ
ชมภาพยนตร์ซึ่งจุดประกายความคิดสร้าง สรรค์หรือสร้างแรงบันดาลใจ ผมขอแนะนำภาพยนตร์ต่อไปนี้ครับ Dead Poets Society , October Sky , Lorenzo’s Oil , Patch Adams และ Bean ครับ ภาพยนตร์เหล่านี้บางเรื่องสร้างมาจากเรื่องจริง บางเรื่องเป็นเรื่องแต่ง แต่ภาพยนตร์เหล่านี้มีเนื้อหาหรือฉากที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความคิดสร้าง สรรค์หรือการพัฒนานวัตกรรมได้ดีมาก
2. การเขียน
เทคนิคนี้ง่ายมากครับ คือ ขอให้มีปากกาและสมุดบันทึกคู่ใจเล่มเล็ก ๆ ติดตัวตลอดเวลา เพราะไอเดียดีๆ นั้นสามารถเกิดได้ทุกที่ ทุกเวลา มีคำกล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถเกิดได้ใน 3B คือ Bath (ห้องน้ำ) Bed (ห้องนอน) และ Bus (การเดินทาง) เพราะเรามักผ่อนคลายในสถานที่เหล่านั้น ทำให้เกิดปิ๊งความคิดดี ๆ ขึ้นมา แต่ถ้าเราไม่รีบจดไอเดียเหล่านั้นแล้วล่ะก็ มันจะหายไปในพริบตาได้เช่นกัน
ถ้าเรามีความคิดหรืออยากบอกเล่าเรื่อง ราวต่าง ๆ ให้คนอื่นรับทราบ ก็สามารถเขียนใน blog เพื่อเผยแพร่ให้คนอื่นทราบได้ นิสิตในวิชาของผมจะต้องทำ blog ทุกคนเพื่อบันทึกเนื้อหาที่เรียนมาในแต่ละครั้ง และบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ เนื่องจาก blog สามารถใส่รูปภาพหรือคลิปวิดีโอได้ เราควรมีกล้องถ่ายรูปติดตัวเสมอซึ่งทำได้ง่ายมากเพราะโทรศัพท์มือถือส่วน ใหญ่สามารถถ่ายรูปได้อยู่แล้ว ดังนั้นเวลาที่เราพบเหตุการณ์หรือสิ่งน่าสนใจ ก็สามารถถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อเล่าใน blog หรือเก็บเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในอนาคตได้ครับ
3. การเล่น
เราควรหางานอดิเรกที่ฝึกใช้ทั้งสองมือได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะการใช้มือได้อย่างคล่องแคล่วจะช่วยทำให้สมองพัฒนาด้วย เนื่องจากมือเปรียบเสมือนสมองที่งอกออกมา ในแพทย์แผนจีนจะมีการกล่าวถึงเส้นประสาทลมปราณของแต่ละอวัยวะซึ่งเชื่อมโยง กับแต่ละนิ้ว ดังนั้นการบริหารนิ้วจะมีผลต่ออวัยวะภายในของร่างกายด้วยกิจกรรมที่ฝึกความคล่องคล่องของมือมีหลายอย่าง เช่น การควงปากกา การโยนลูกดิ่งโยโย การหมุนรูบิค ในวิชาของผม ผมจะสอนการโยนลูกจักกลิ้ง (juggling) ซึ่งเป็นการโยนลูกบอล 3 ลูกแล้วรับอย่างคล่องแคล่ว ประโยชน์ของการโยนจักกลิ้งมีหลายอย่างเช่น ฝึกการใช้ทั้งสองมือให้ทำงานได้คล่องแคล่ว ฝึกสมาธิเพราะการโยนจักกลิ้งจะต้องจดจ่อกับการโยน และฝึกความคิดสร้างสรรค์ในการหาท่าโยนจักกลิ้งแบบใหม่
การโยนจักกลิ้งเป็นทักษะที่ทุกคน สามารถฝึกฝนได้ ไม่ใช่พรสวรรค์พิเศษของนักมายากลหรือนักเล่นละครสัตว์แต่อย่างใดครับ ปัจจุบันใน Youtube มีคลิปวิดีโอสอนการโยนจักกลิ้งมากมาย ซึ่งเราสามารถดูและฝึกฝนด้วยตัวเองได้ ท่านผู้อ่านสามารถหาซื้อลูกจักกลิ้งได้ที่ถนนข้าวสารครับ
4. ความเชื่อมั่น
นิยายกำลังภายในเรื่องหนึ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคือ “ฤทธิ์มีดสั้น” ซึ่งประพันธ์โดยโกวเล้ง ตัวเอกในเรื่องฤทธิ์มีดสั้นคือลี้คิมฮวง มีดบินไม่เคยพลาดเป้า ถึงแม้ว่าลี้คิมฮวงจะใช้อาวุธคือมีดสั้นธรรมดา แต่มีฝีมือสูงส่งอยู่ในอันดับสามของยุทธจักร ดังข้อความที่ยกมาในตอนต้นของบทความ ผมคิดว่านิยายเรื่องนี้บอกอุปมาอุปไมยที่ดีในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ เช่นกัน นั่นคือ ปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่สิ่งภายนอก (เปรียบเสมือนอาวุธที่เหล่าจอมยุทธใช้) แต่เป็นสิ่งภายในที่อยู่ในตัวเรา (เปรียบเสมือนกำลังภายในหรือวิทยายุทธของตนเอง)
ดังนั้นขอให้เราจงเชื่อมั่นตัวเองเสมอว่า เรามีความคิดสร้างสรรค์ชั้นเยี่ยม ไม่ว่าเราจะขาดแคลนต้นทุนภายนอกอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าต้นทุนภายในของเราคือ ความเชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของตนเองเต็มแล้ว เราจะมีหนทางเสมอในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่
สรุป
ปัจจุบันโลกได้เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เราจะได้ยินศาสตร์ใหม่ ๆ มากขึ้น รูปแบบการทำธุรกิจแบบดั้งเดิมจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในยุคที่มีการเปลี่ยน แปลงและแข่งขันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับทุกคน ในการทำธุรกิจ ขอให้พวกเราทุกคนพูดกับตัวเองดังๆ ว่า ฉันมี ความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม และทำความฝันให้เป็นความจริงกันเถอะ ครับ
โดย อ. ธงชัย โรจน์กังสดาล
“มีดสั้นของข้าพเจ้า ช่างเหล็กธรรมดาใช้เวลาตีเพียงสามชั่วยาม
แต่ตำราอาวุธกลับจัดไว้อยู่ในอันดับสาม” ลี้คิมฮวงใน “ฤทธิ์มีดสั้น”
ผมได้สอนวิชาการคิดเชิงนวัตกรรมหรือ Innovative Thinking ที่จุฬาฯ มาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว และได้มีการพัฒนาเนื้อหาหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ในบทความนี้ ผมจะเล่าเทคนิค 4 อย่างในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่ผมสอนในห้องเรียน ซึ่งทุกท่านสามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของท่านเองครับ
1. การฟังและการดู
ในภาพยนตร์เรื่อง 2012 มีฉากหนึ่งซึ่งพระธิเบตได้รินน้ำชาจนล้นถ้วยไปหมด ฉากนี้มาจากนิทานเซนเรื่องน้ำชาล้นถ้วย ซึ่งหมายความว่า ถ้าในสมองเราเต็มไปด้วยความคิด ประสบการณ์ต่างๆ มากมาย แต่ไม่ยอมเปิดรับความคิดใหม่ เราก็ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ เปรียบเหมือน ถ้วยซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชาอยู่แล้ว ก็ไม่สามารถรินน้ำชาใหม่เข้าไปในแก้วได้นั่นเอง ดังนั้นวิธีหนึ่งในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ คือ การออกไปเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่นอกเหนือจากศาสตร์ของตนเอง โดยการไปฟังและดูเรื่องราวต่าง ๆ เช่น
ชมนิทรรศการหรือเข้าร่วมฟังบรรยายในงาน สัมมนาต่างๆ ปัจจุบันศูนย์สร้างสรรค์งานออกแแบบหรือ TCDC มีนิทรรศการต่าง ๆที่จัดขึ้นเป็นประจำ และมีห้องสมุดที่มีหนังสือดี ๆ จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการหรืองานบรรยายที่น่าสนใจมากมาย เช่น TEDXBKK , IgniteBKK , Pecha Kucha ซึ่งมีการบรรยายในหัวข้อที่หลากหลาย ในกรณีที่ไม่สามารถเข้าไปร่วมงานได้ บางงานจะมีการถ่ายทอดสดหรือบันทึกวิดีโอ ทำให้เราสามารถดูย้อนหลังได้จากเว็บไซต์ดังต่อไปนี้ www.tedxbkk.com, www.ignitebangkok.com, www.pecha-kucha.org
ส่วนใหญ่ เรามักชมภาพยนตร์เพื่อความสนุกอย่างเดียว ผมแนะนำว่า ตอนนี้ลองชมภาพยนตร์ในมุมมองใหม่ว่า มีฉากไหนบ้างที่เราได้ข้อคิดที่สามารถนำไปใช้กับชีวิตประจำวัน การทำงานได้บ้างครับ
ชมภาพยนตร์ซึ่งจุดประกายความคิดสร้าง สรรค์หรือสร้างแรงบันดาลใจ ผมขอแนะนำภาพยนตร์ต่อไปนี้ครับ Dead Poets Society , October Sky , Lorenzo’s Oil , Patch Adams และ Bean ครับ ภาพยนตร์เหล่านี้บางเรื่องสร้างมาจากเรื่องจริง บางเรื่องเป็นเรื่องแต่ง แต่ภาพยนตร์เหล่านี้มีเนื้อหาหรือฉากที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความคิดสร้าง สรรค์หรือการพัฒนานวัตกรรมได้ดีมาก
2. การเขียน
เทคนิคนี้ง่ายมากครับ คือ ขอให้มีปากกาและสมุดบันทึกคู่ใจเล่มเล็ก ๆ ติดตัวตลอดเวลา เพราะไอเดียดีๆ นั้นสามารถเกิดได้ทุกที่ ทุกเวลา มีคำกล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถเกิดได้ใน 3B คือ Bath (ห้องน้ำ) Bed (ห้องนอน) และ Bus (การเดินทาง) เพราะเรามักผ่อนคลายในสถานที่เหล่านั้น ทำให้เกิดปิ๊งความคิดดี ๆ ขึ้นมา แต่ถ้าเราไม่รีบจดไอเดียเหล่านั้นแล้วล่ะก็ มันจะหายไปในพริบตาได้เช่นกัน
ถ้าเรามีความคิดหรืออยากบอกเล่าเรื่อง ราวต่าง ๆ ให้คนอื่นรับทราบ ก็สามารถเขียนใน blog เพื่อเผยแพร่ให้คนอื่นทราบได้ นิสิตในวิชาของผมจะต้องทำ blog ทุกคนเพื่อบันทึกเนื้อหาที่เรียนมาในแต่ละครั้ง และบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ เนื่องจาก blog สามารถใส่รูปภาพหรือคลิปวิดีโอได้ เราควรมีกล้องถ่ายรูปติดตัวเสมอซึ่งทำได้ง่ายมากเพราะโทรศัพท์มือถือส่วน ใหญ่สามารถถ่ายรูปได้อยู่แล้ว ดังนั้นเวลาที่เราพบเหตุการณ์หรือสิ่งน่าสนใจ ก็สามารถถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อเล่าใน blog หรือเก็บเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในอนาคตได้ครับ
3. การเล่น
เราควรหางานอดิเรกที่ฝึกใช้ทั้งสองมือได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะการใช้มือได้อย่างคล่องแคล่วจะช่วยทำให้สมองพัฒนาด้วย เนื่องจากมือเปรียบเสมือนสมองที่งอกออกมา ในแพทย์แผนจีนจะมีการกล่าวถึงเส้นประสาทลมปราณของแต่ละอวัยวะซึ่งเชื่อมโยง กับแต่ละนิ้ว ดังนั้นการบริหารนิ้วจะมีผลต่ออวัยวะภายในของร่างกายด้วยกิจกรรมที่ฝึกความคล่องคล่องของมือมีหลายอย่าง เช่น การควงปากกา การโยนลูกดิ่งโยโย การหมุนรูบิค ในวิชาของผม ผมจะสอนการโยนลูกจักกลิ้ง (juggling) ซึ่งเป็นการโยนลูกบอล 3 ลูกแล้วรับอย่างคล่องแคล่ว ประโยชน์ของการโยนจักกลิ้งมีหลายอย่างเช่น ฝึกการใช้ทั้งสองมือให้ทำงานได้คล่องแคล่ว ฝึกสมาธิเพราะการโยนจักกลิ้งจะต้องจดจ่อกับการโยน และฝึกความคิดสร้างสรรค์ในการหาท่าโยนจักกลิ้งแบบใหม่
การโยนจักกลิ้งเป็นทักษะที่ทุกคน สามารถฝึกฝนได้ ไม่ใช่พรสวรรค์พิเศษของนักมายากลหรือนักเล่นละครสัตว์แต่อย่างใดครับ ปัจจุบันใน Youtube มีคลิปวิดีโอสอนการโยนจักกลิ้งมากมาย ซึ่งเราสามารถดูและฝึกฝนด้วยตัวเองได้ ท่านผู้อ่านสามารถหาซื้อลูกจักกลิ้งได้ที่ถนนข้าวสารครับ
4. ความเชื่อมั่น
นิยายกำลังภายในเรื่องหนึ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคือ “ฤทธิ์มีดสั้น” ซึ่งประพันธ์โดยโกวเล้ง ตัวเอกในเรื่องฤทธิ์มีดสั้นคือลี้คิมฮวง มีดบินไม่เคยพลาดเป้า ถึงแม้ว่าลี้คิมฮวงจะใช้อาวุธคือมีดสั้นธรรมดา แต่มีฝีมือสูงส่งอยู่ในอันดับสามของยุทธจักร ดังข้อความที่ยกมาในตอนต้นของบทความ ผมคิดว่านิยายเรื่องนี้บอกอุปมาอุปไมยที่ดีในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ เช่นกัน นั่นคือ ปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่สิ่งภายนอก (เปรียบเสมือนอาวุธที่เหล่าจอมยุทธใช้) แต่เป็นสิ่งภายในที่อยู่ในตัวเรา (เปรียบเสมือนกำลังภายในหรือวิทยายุทธของตนเอง)
ดังนั้นขอให้เราจงเชื่อมั่นตัวเองเสมอว่า เรามีความคิดสร้างสรรค์ชั้นเยี่ยม ไม่ว่าเราจะขาดแคลนต้นทุนภายนอกอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าต้นทุนภายในของเราคือ ความเชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของตนเองเต็มแล้ว เราจะมีหนทางเสมอในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่
สรุป
ปัจจุบันโลกได้เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เราจะได้ยินศาสตร์ใหม่ ๆ มากขึ้น รูปแบบการทำธุรกิจแบบดั้งเดิมจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในยุคที่มีการเปลี่ยน แปลงและแข่งขันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับทุกคน ในการทำธุรกิจ ขอให้พวกเราทุกคนพูดกับตัวเองดังๆ ว่า ฉันมี ความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม และทำความฝันให้เป็นความจริงกันเถอะ ครับ
วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)